Narongwit's profileN a R o n g W i t P a n...PhotosBlogListsMore Tools Help
Photo 1 of 29
Thanks for visiting!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
sutatip pittayapon​gwrote:
ร้อยวันพันปี ไม่เคยเข้าไปดู space ใคร ให้ตายเหอะ -*-
หา blog แมงสาปไม่เจอ อยู่ไหนฟระ
ช่วงหลังๆ งานคงหนักมาก จนณรงค์วิทย์ไม่มีเวลาเขียน blog
หรืออาจกะลังเห่อเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตใหม่ๆอยู่
 
ปล. หาคนพิสูจน์อักษรก้อจะดีมากนะ อิอิ
June 11

N a R o n g W i t P a n T h a R a k S a K u l ' S S p a c e

May 09

เตะบอล

วันนี้ไปเตะบอลมาครับ ไปกับพี่ๆที่บริษัท นำที่โดยพี่ชัด หัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะ

 DSC_1223
พี่ชัดในมาดชนเผ่าพื้นเมือง หาชมได้ที่ถ้ำพระยานคร ปราณบุรี

สนามบอลหญ่เทียมตั้งอยู่ในซอยลึกลับฝั่งธนบุรีใกล้สะพานตากสิน ใครนะช่างสรรหา

กติกาคือฟุตซอลทีมละ 5 คนทีมไหนโดนยิงสองลูกก่อนต้องออกให้ทีมอื่นเล่นแทน ถ้าครบ 10 นาที ทีมใครต่ามอยู่ถือว่าแพ้ ถ้าเสมอให้ออกทังสองทีม ทีมผมไปกัน 7 คน  ตอนแรกพวกเราวิตกกันว่าจะได้ลงเล่นไม่ทั่วถึง หลังจากเล่นไปเกมส์แรกแล้ว พวกเราตระหนักได้ว่า ร่างกายของโปรแกรมเมอร์อย่างพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเตะบอลสักเท่าไหร่

เกมส์แรกทำผมเกือบเอาชีวิตไม่รอด เหนื่อยมาก หัวใจจะหยุดเต้นเอา สาเหตุคาดเดาได้ว่าเราวอร์มกันไม่พอ ร่างกายเลยปรับตัวไม่ทัน หลังจากที่ลงเล่นกันไปสักพักนึง พวกเราทุกคนก็แย่งตำแหน่งตัวสำรองกันอย่างดุเดือด

เล่นไปสามเกมส์ไม่แพ้ซะที ผู้รักษาประตูของเราก็เหนียวเหลือเกิน เซฟอะไรจะขนาดนั้น(ปล่อยบอลเข้าประตูบ้างก็ได้นะครับ พวกผมจะตายกันหมดแล้ว) ผ่านไปสี่เกมส์ทีมผมก็แพ้ ต้องออกมาให้ทีมอื่นเล่น พวกเราดีใจกันเหมือนได้แชมป์ฟุตบอลโลก

ปล.เตะบอลแบบที่ไม่ต้องกลัวบอลออกก็สนุกดีไม่ต้องเสียเวลาเก็บบอล (และไม่มีเวลาพักหายใจด้วย)

May 08

Iron Man

เอาเป็นว่าหนัง ก่อนหน้า Iron Man มีหนัง Superhero อยู่ แค่สองเรื่องที่ถูกใจผม เรื่องแรกคือ Batman Begin เรื่องที่สองคือ Spiderman สองเรื่องนี้เหมือนกันตรงที่ตัวละครมันดูจริงและมีเลือดเนื้อเอามากๆ

http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/newimg/movie/IronMan_1.jpg

แต่ Iron Man ต่างไปจากนั้น แม้ โรเบิร์ต ดาวนิ่ง จูเนียร์ จะดูเป็นหนุ่มเพลย์บอย ไม่สนใจโลกในตอนตนเรื่องและกลายมาเป็น Superhero ผู้กอบกู้โลกแบบไม่มีเหตุผลอันควรสักเท่าไหร่ แต่ผมก็หลงรักความเท่ของชุดเกราะเหล็กสีแดง-ทอง เข้าอย่างจัง มันดูเท่ไปหมดซะทุกสัดส่วนเลยให้ตายเถอะ

ดูจากแล้วภาคนี้จะเป็นการปูเรื่องซะส่วนมาก โอกาสที่เราจะได้เห็น Iron Man ฟาดฟันกับเหล่าร้ายก็ยังน้อยอยู่ ผมคาดว่าภาคต่อไปคงจะมีอะไรให้ได้ดูกันมากกว่านี้

ปล.รอดูว่า The Increadible Hulk จะสู้ได้รึเปล่า

Always 2

เมื่อวานได้มีโอกาสไปดู Always ภาคสอง หลังจากที่ภาคแรกสร้างความประทับใจไว้มากมายเหลือเกิน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะเข้าไปดูด้วยความคาดหวัง (ที่พยายามข่มเอาไว้แล้ว)



ก็ยังคงความเป็นหนัง Feel Good เหมือนเดิม แตกต่างไปนิดนึงตรงที่ความลงตัวของบทยังสู้ภาคแรกไม่ได้ มุขตลกและความน่ารักของหนังลดลงนิดนึง (นิดเดียวจริงๆ หรือเป็นไปได้ว่าร่างกายผมเองอาจจะยังไม่พร้อม) แต่มีบทซึ้งกระตุ้มต่อมน้ำตาเพิ่มเข้ามามากกว่าภาคแรก ทำให้ภาคสองมีความเป็นดราม่าเพิ่มขึ้นอีกพอสมควร

สรุปแล้วผมก็ยังเชียร์ให้ไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ดี เพราะ Always 2 แสดงให้เห็นความสวยงามในมุมต่างๆของชีวิตได้ดีมาก และมันจะเป็นหนังที่สร้างความอบอุ่นในหัวใจให้กับผู้ชมทุกคนอย่างแน่นอน

ปล.อยากไปดู โตเกียวทาวเวอร์ อีกเรื่องนึง

April 23

iPhone

บัดนี้ iPhone ที่ผมเฝ้ารอเพื่อเป็นเจ้าของมันก็มาอยู่ในมือจองผมแล้วครับ

วันนี้เกือบทั้งวันผมทำงานไปด้วยนั่งเล่น iPhone ของเก๋ไปด้วย (เก๋ฝากเครื่องมาปลดล็อก เพราะเข้าใจเอาเองว่าผมปลดล็อก iphone ได้ หารู้ไม่ว่า ผมยังไม่เคยปลดเปลื่อง iPhone เครื่องไหนมาก่อน) ซึ่ง iPhone ของเก๋ได้สร้างความแตกตื่นให้พี่ๆในทีมอย่างมาก ตามประสาของคนที่คลั่งใคล้เทคโนโลยี

ตกเย็นผมได้ iPhone ที่ฝากคิ้มซื้อเมื่อชาติที่แล้วมาอยู่ในมือ(ในราคาแบบคนอเมริกา) พร้อมกับเครื่องของพี่สาวคิ้ม ฝากมาปลดล็อกอีก 1 เครื่อง พี่คงเข้าในว่าผมได้ผ่านการปลดล็อก iphone มาอย่างโชคโชนแล้ว(เข้าใจผิดแล้วครับ)

ปัญหาคือเมื่อมีเหตุการเกิดขึ้นดังนี้
1.ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องปัจจุบัน(dopod m700) ขึ้นมาขัดๆถูๆ และพอว่ามันยังใหม่มากๆ จนถึงวันนี้อายุมันแค่ 1 ปี กับ 21 วันเท่านั้น

2.iPhone ของเก๋ ให้บทเรียนกับผมว่า คีย์บอร์ดภาษาไทยของiphoneนั้นใช้ลำบากระดับเทพ (ก็เค้าไม่ได้ออกแบบมันมาสำหรับคนไทยอยู่แล้ว) ซึ่งผมตระหนักว่า มันจำเป็นอย่างยิ่งยวดทีเดียวสำหรับการเขียนเรื่องไร้สาระของผม

3.ฝ้ายบอกว่าอยากได้iphoneอ่ะ

4.ผมรู้สึกผูกพันธ์กับโทรศัพท์ปัจจุบันของผมซะแล้ว เหมือนมันเป็นบุคคลที่สามที่คอยฟังเรื่องความทุกข์และความสุขของผมมาตลาดสามปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกไม่ดีเลยครับ ถ้าจะขายมันไปให้ใครก็ไม่รู้

5.ถ้าผมใช้iPhone เครื่องนี้ iPod Classic ของผมจะเป็นลูกเมียน้อยทันที มันคงจะน้อยใจน่าดู(บ้าไปแล้วเรา)

ทั้งหมดนี้ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเอา iPhone ตัวนี้ไปให้ฝ้ายใช้ล่ะครับ

ปล.ผมคิดมากไปรึเปล่าครับ
March 14

ตีสี่สิบสามนาที

เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเหมือนมีคนเรียกอยู่หน้าหอครับ ผมอยู่ชั้นสอง มองจากระเบียงไปก็เป็นถนนแคบๆ ถ้าฟังจากเสียงคนเรียกก็ควรอยู่บนถนน ครั้งแรกตื่นขึ้นมาคิดว่าฝันไป แต่ก็รู้สึเหมือนมีคนเรียกจนตื่นขึ้นมามากกว่า

นอนฟังอีกไม่เกินหนึ่งนาที มีเสียงเรียกอีกครั้งนึง ชัดมาก เป็นเสียงเรียกชื่อคนแน่นอน คล้ายกับชื่อเล่นของผมนี่แหละครับ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเสียผู้หญิงที่คุ้นมากๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร

รู้สึกเหมือนมีคนเอาเข็มมาทิ่มทั่วตัว ไล่ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา และผมก็สวดมนต์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ พยายามฟังอยู่สักพักนึง ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงพัดลม ตรงหัวนอน

ลืมตาขึ้นมาเป็นเวลา ตีสี่สิบสามนาที และหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน กว่าจะเช้า

ปล...."วิทย์"