Narongwit's profileN a R o n g W i t P a n...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
||||
|
Thanks for visiting!
sutatip pittayapongwrote:
ร้อยวันพันปี ไม่เคยเข้าไปดู space ใคร ให้ตายเหอะ -*-
หา blog แมงสาปไม่เจอ อยู่ไหนฟระ
ช่วงหลังๆ งานคงหนักมาก จนณรงค์วิทย์ไม่มีเวลาเขียน blog
หรืออาจกะลังเห่อเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตใหม่ๆอยู่
ปล. หาคนพิสูจน์อักษรก้อจะดีมากนะ อิอิ
June 11
|
N a R o n g W i t P a n T h a R a k S a K u l ' S S p a c eMay 09 เตะบอลวันนี้ไปเตะบอลมาครับ ไปกับพี่ๆที่บริษัท นำที่โดยพี่ชัด หัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะ สนามบอลหญ่เทียมตั้งอยู่ในซอยลึกลับฝั่งธนบุรีใกล้สะพานตากสิน ใครนะช่างสรรหา กติกาคือฟุตซอลทีมละ 5 คนทีมไหนโดนยิงสองลูกก่อนต้องออกให้ทีมอื่นเล่นแทน ถ้าครบ 10 นาที ทีมใครต่ามอยู่ถือว่าแพ้ ถ้าเสมอให้ออกทังสองทีม ทีมผมไปกัน 7 คน ตอนแรกพวกเราวิตกกันว่าจะได้ลงเล่นไม่ทั่วถึง หลังจากเล่นไปเกมส์แรกแล้ว พวกเราตระหนักได้ว่า ร่างกายของโปรแกรมเมอร์อย่างพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเตะบอลสักเท่าไหร่ เกมส์แรกทำผมเกือบเอาชีวิตไม่รอด เหนื่อยมาก หัวใจจะหยุดเต้นเอา สาเหตุคาดเดาได้ว่าเราวอร์มกันไม่พอ ร่างกายเลยปรับตัวไม่ทัน หลังจากที่ลงเล่นกันไปสักพักนึง พวกเราทุกคนก็แย่งตำแหน่งตัวสำรองกันอย่างดุเดือด เล่นไปสามเกมส์ไม่แพ้ซะที ผู้รักษาประตูของเราก็เหนียวเหลือเกิน เซฟอะไรจะขนาดนั้น(ปล่อยบอลเข้าประตูบ้างก็ได้นะครับ พวกผมจะตายกันหมดแล้ว) ผ่านไปสี่เกมส์ทีมผมก็แพ้ ต้องออกมาให้ทีมอื่นเล่น พวกเราดีใจกันเหมือนได้แชมป์ฟุตบอลโลก ปล.เตะบอลแบบที่ไม่ต้องกลัวบอลออกก็สนุกดีไม่ต้องเสียเวลาเก็บบอล (และไม่มีเวลาพักหายใจด้วย) May 08 Iron Manเอาเป็นว่าหนัง ก่อนหน้า Iron Man มีหนัง Superhero อยู่ แค่สองเรื่องที่ถูกใจผม เรื่องแรกคือ Batman Begin เรื่องที่สองคือ Spiderman สองเรื่องนี้เหมือนกันตรงที่ตัวละครมันดูจริงและมีเลือดเนื้อเอามากๆ
แต่ Iron Man ต่างไปจากนั้น แม้ โรเบิร์ต ดาวนิ่ง จูเนียร์ จะดูเป็นหนุ่มเพลย์บอย ไม่สนใจโลกในตอนตนเรื่องและกลายมาเป็น Superhero ผู้กอบกู้โลกแบบไม่มีเหตุผลอันควรสักเท่าไหร่ แต่ผมก็หลงรักความเท่ของชุดเกราะเหล็กสีแดง-ทอง เข้าอย่างจัง มันดูเท่ไปหมดซะทุกสัดส่วนเลยให้ตายเถอะ ดูจากแล้วภาคนี้จะเป็นการปูเรื่องซะส่วนมาก โอกาสที่เราจะได้เห็น Iron Man ฟาดฟันกับเหล่าร้ายก็ยังน้อยอยู่ ผมคาดว่าภาคต่อไปคงจะมีอะไรให้ได้ดูกันมากกว่านี้ ปล.รอดูว่า The Increadible Hulk จะสู้ได้รึเปล่า Always 2เมื่อวานได้มีโอกาสไปดู Always ภาคสอง หลังจากที่ภาคแรกสร้างความประทับใจไว้มากมายเหลือเกิน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ผมจะเข้าไปดูด้วยความคาดหวัง (ที่พยายามข่มเอาไว้แล้ว) ![]() สรุปแล้วผมก็ยังเชียร์ให้ไปดูหนังเรื่องนี้อยู่ดี เพราะ Always 2 แสดงให้เห็นความสวยงามในมุมต่างๆของชีวิตได้ดีมาก และมันจะเป็นหนังที่สร้างความอบอุ่นในหัวใจให้กับผู้ชมทุกคนอย่างแน่นอน ปล.อยากไปดู โตเกียวทาวเวอร์ อีกเรื่องนึง April 23 iPhoneบัดนี้ iPhone ที่ผมเฝ้ารอเพื่อเป็นเจ้าของมันก็มาอยู่ในมือจองผมแล้วครับ วันนี้เกือบทั้งวันผมทำงานไปด้วยนั่งเล่น iPhone ของเก๋ไปด้วย (เก๋ฝากเครื่องมาปลดล็อก เพราะเข้าใจเอาเองว่าผมปลดล็อก iphone ได้ หารู้ไม่ว่า ผมยังไม่เคยปลดเปลื่อง iPhone เครื่องไหนมาก่อน) ซึ่ง iPhone ของเก๋ได้สร้างความแตกตื่นให้พี่ๆในทีมอย่างมาก ตามประสาของคนที่คลั่งใคล้เทคโนโลยี ตกเย็นผมได้ iPhone ที่ฝากคิ้มซื้อเมื่อชาติที่แล้วมาอยู่ในมือ(ในราคาแบบคนอเมริกา) พร้อมกับเครื่องของพี่สาวคิ้ม ฝากมาปลดล็อกอีก 1 เครื่อง พี่คงเข้าในว่าผมได้ผ่านการปลดล็อก iphone มาอย่างโชคโชนแล้ว(เข้าใจผิดแล้วครับ) ปัญหาคือเมื่อมีเหตุการเกิดขึ้นดังนี้ 1.ผมหยิบโทรศัพท์เครื่องปัจจุบัน(dopod m700) ขึ้นมาขัดๆถูๆ และพอว่ามันยังใหม่มากๆ จนถึงวันนี้อายุมันแค่ 1 ปี กับ 21 วันเท่านั้น 2.iPhone ของเก๋ ให้บทเรียนกับผมว่า คีย์บอร์ดภาษาไทยของiphoneนั้นใช้ลำบากระดับเทพ (ก็เค้าไม่ได้ออกแบบมันมาสำหรับคนไทยอยู่แล้ว) ซึ่งผมตระหนักว่า มันจำเป็นอย่างยิ่งยวดทีเดียวสำหรับการเขียนเรื่องไร้สาระของผม 3.ฝ้ายบอกว่าอยากได้iphoneอ่ะ 4.ผมรู้สึกผูกพันธ์กับโทรศัพท์ปัจจุบันของผมซะแล้ว เหมือนมันเป็นบุคคลที่สามที่คอยฟังเรื่องความทุกข์และความสุขของผมมาตลาดสามปีที่ผ่านมา ผมรู้สึกไม่ดีเลยครับ ถ้าจะขายมันไปให้ใครก็ไม่รู้ 5.ถ้าผมใช้iPhone เครื่องนี้ iPod Classic ของผมจะเป็นลูกเมียน้อยทันที มันคงจะน้อยใจน่าดู(บ้าไปแล้วเรา) ทั้งหมดนี้ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะเอา iPhone ตัวนี้ไปให้ฝ้ายใช้ล่ะครับ ปล.ผมคิดมากไปรึเปล่าครับ March 14 ตีสี่สิบสามนาทีเรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงเหมือนมีคนเรียกอยู่หน้าหอครับ ผมอยู่ชั้นสอง มองจากระเบียงไปก็เป็นถนนแคบๆ ถ้าฟังจากเสียงคนเรียกก็ควรอยู่บนถนน ครั้งแรกตื่นขึ้นมาคิดว่าฝันไป แต่ก็รู้สึเหมือนมีคนเรียกจนตื่นขึ้นมามากกว่า นอนฟังอีกไม่เกินหนึ่งนาที มีเสียงเรียกอีกครั้งนึง ชัดมาก เป็นเสียงเรียกชื่อคนแน่นอน คล้ายกับชื่อเล่นของผมนี่แหละครับ ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นเสียผู้หญิงที่คุ้นมากๆ แต่นึกไม่ออกว่าใคร รู้สึกเหมือนมีคนเอาเข็มมาทิ่มทั่วตัว ไล่ตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมา และผมก็สวดมนต์ตามธรรมเนียมปฏิบัติ พยายามฟังอยู่สักพักนึง ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก นอกจากเสียงพัดลม ตรงหัวนอน ลืมตาขึ้นมาเป็นเวลา ตีสี่สิบสามนาที และหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาที่ยาวนานเหลือเกิน กว่าจะเช้า ปล...."วิทย์" |
|||
|
|